ข้อควรทราบก่อนออกแบบ
ทำความรู้จักกับ CMYK มากขึ้น เพื่อประโยชน์ของชิ้นงานพิมพ์
ในกรณีที่ต้องการให้เกิดสีจาง ๆ อ่อน ๆ ควรระวังในการออกแบบ
ไม่ให้การผสมสีระหว่างกันได้เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่า 10 % เช่น ท่านออกแบบสีม่วง โดยผสมจาก C 5% + M 5%การให้ค่าเปอร์เซ็นต์ที่น้อยกว่า 10% จะทำให้การพิมพ์หมึกบนกระดาษนั้นไม่ชัดเจน และมองแทบไม่เห็น ท่านจะประหลาดใจว่า เหตุใดไม่เหมือนกับหน้าจอตอนออกแบบดังนั้น ขอแนะนำว่าควรใส่สี อย่างต่ำ 10 %
ระมัดระวังไม่ผสมสีในอัตราส่วนที่มากเกินไป
หากท่านต้องการสีม่วงเข้ม ท่านอาจผสมจากC 100 % + M 72% + K 10% = 182 % เมื่อนำตัวเลขทั้งหมดมารวมกันจะได้ 182% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานตัวเลขที่มากที่สุดคือ 400 % เกิดจากการผสมC 100 % + M 100 % + Y 100 % + K 100% = 400 % แต่เราไม่แนะนำให้ท่านผสมกันมากเกินไปตัวเลขที่มากที่สุดไม่ควรเกิน 225% หากมากกว่านี้ จะทำให้กระดาษเกิดความหนืด แฉะ เพราะรับหมึกในขั้นตอนพิมพ์มากเกินไป อีกทั้งยังใช้เวลารอนาน กว่าหมึกจะแห้ง เพื่อจะนำไปเข้าเครื่องตัดได้นั่นหมายความว่างานด่วนของท่านจะได้ล่าช้ากว่ากำหนด สามถึง สี่ เท่า ในขั้นตอนพิมพ์ท่านอาจให้เปอร์เซ็นต์มากกว่า 225% สำหรับพื้นที่เล็ก ๆ ได้เช่น โลโก้ บนหัวจดหมาย หรือ ข้อความบรรทัดที่เป็นหัวข้อใหญ่ แต่ต้องไม่เกิน 275 % กรุณาใช้เครื่องมือ eyedropper ใน โปรแกรม Adobe Photoshop เพื่อวัดค่าจุดที่เข้มที่สุดของชิ้นงานออกแบบ เพื่อท่านจะมั่นใจได้ว่ายังรักษาระดับการผสมสีไว้ในอัตราที่กำหนดการออกแบบโดยรักษาอัตราการผสมสีไว้ เกิดประโยชน์ในหลายทางและท่านยังคงได้งานพิมพ์สีสวยสดสมจริง ไม่ด้อยลงเลย
มืออาชีพมักมีหนังสือ Color Chart
หนังสือนี้จะแสดงผลการพิมพ์ จากเปอร์เซ็นต์การผสมสีให้เห็นใน Color Chart จะมีสีมากมาย หลายโทนสีให้ท่านเลือก และด้านล่างของช่องสีต่าง ๆ ก็จะมีระบุไว้ว่า สีนั้น ๆ เกิดจากการผสมของ CMYK ในอัตรากี่เปอร์เซ็นต์ท่านก็สามารถออกแบบงานได้ตามสีที่ต้องการ โดยใส่ตัวเลขผสมสีตาม Color Chartหาซื้อ Color Chart ได้จากร้านหนังสือต่างประเทศทั่วไปเช่น เอเชียบุ๊คส์, Kinokuriya และ B2S
การใช้ตัวหนังสือในการออกแบบ [Text]
- ตัวหนังสือขนาดเล็กกว่า 12 point ไม่ควรใช้การผสมสี มากกว่า 2 สี เพราะจะเสี่ยงต่อการพิมพ์เหลื่อม
- หากออกแบบตัวหนังสือเป็นสีขาวขนาดเล็กกว่า 12 point บนพื้นหลังที่เกิดจากการผสมสี ก็จะเสี่ยงต่อการพิมพ์เหลื่อมเช่นกัน
- พึงระวังการวางตัวหนังสือบนภาพ เพราะอาจทำให้มองตัวหนังสือไม่ชัดเจน อ่านยาก
- ควรส่งไฟล์ตัวหนังสือ [File Font] ที่ใช้ในงานออกแบบนั้น ๆ ให้กับแผนก pre press ของ โรงพิมพ์ที่ท่านใช้บริการด้วย เพื่อมั่นใจว่า ตัวหนังสือของท่านจะออกมาตามที่ต้องการ และ ทางแผนก pre press ยังสามารถช่วยแก้ไขคำผิดได้ด้วย
- ท่านอาจใช้วิธี create outline เพื่อมั่นใจว่า ตัวหนังสือของท่านจะไม่แปรเปลี่ยนรูปแบบไป
- ไม่ควรออกแบบ และ พิมพ์ตัวหนังสือ ในโปรแกรม Adobe Photoshop เพราะตัวหนังสือที่ออกมาจะเป็นโหมดรูปภาพ ซึ่งจะไม่คมชัดเท่ากับการใช้โปรแกรม Illustrator
กำหนดขนาดกระดาษและพื้นที่สำหรับงานออกแบบ
สำคัญมากที่จะต้องเข้าใจเรื่องการจัดหน้าก่อนการออกแบบ ถ้าไม่เช่นนั้น หน้าตางานพิมพ์ของคุณจะออกมาแบบไม่สมบูรณ์ เช่น ถูกตัดบางส่วนออก , วางไม่ตรงกึ่งกลาง หรือ มีพื้นที่สีขาวที่ไม่ต้องการเข้ามา สิ่งที่คุณต้องทำมีดังนี้ :
- เลือกขนาดของหน้ากระดาษที่จะทำงาน เช่น A1, A2, A3, A4, A5, A6
- ตีกรอบของพื้นที่งานออกแบบ ให้กว้างกว่าพื้นที่จริง ด้านละ 3 มิลลิเมตร เพื่อเป็นการเผื่อพื้นที่ตัดตก
- ใส่กรอบของชิ้นงานออกแบบ ด้วยค่า สีดำ K = 100 และ ความหนาของเส้นกรอบ = 0.25 pt.
- กำหนดเส้นตัดตก เป็นเส้นปรุ ให้ห่างจากขอบชิ้นงานด้านละ 3 มิลลิเมตร เส้นนี้ จะเป็นตำแหน่งขอบกระดาษของชิ้นงาน หลังการตัด และเป็นขนาดของงานพิมพ์จริง
- ใส่ Mark หรือ Trim เป็นเส้นให้สังเกตสำหรับการตัด
- ควรเว้นที่ว่างไว้ด้านละประมาณ 4 มิลลิเมตร จากเส้นตัดตก เข้ามาด้านใน เพื่อไม่ให้ ตัวหนังสือ หรือ โลโก้ หรือ ลวดลาย ติดขอบกระดาษเกินไป และผลงานจะสวยงามดูเป็นมืออาชีพ
- อย่าวางรูป ให้หลุดพื้นที่ขอบออกนอกพื้นที่ออกแบบ
- อย่าวางตัวหนังสือ หรือ โลโก้ ติดบริเวณที่เว้น 4 มิลลิเมตร จากเส้นตัดตก
- อย่าออกแบบเป็น เส้นกรอบใกล้ริมขอบของชิ้นงาน เพราะหากตัดไม่ตรง จะทำให้เห็นชัดเจน แม้ครึ่งมิลลิเมตร ก็ยังเห็นได้
- อย่าใช้เส้นใด ๆ ก็ตาม ต่ำกว่า 0.25 pt. เพราะอาจพิมพ์ไม่ติด
การใช้สีดำ
อย่าคิดว่าสีดำ ก็ คือ สีดำ ท่านจะประหลาดใจเมื่อเรียนรู้เทคนิคด้านล่างนี้
ดวงตาของท่านมีความสามารถในการรับรู้สีได้อย่างอัศจรรย์ดังนั้น เราจะทำความเข้าใจกับการใช้สีดำสำหรับออกแบบเพื่อการพิมพ์ด้วยสีดำสามารถใช้ได้ สองวิธี วิธีแรกคือการใช้เฉพาะสี ดำ blacK โดยการพิมพ์จากหมึกสี ดำ เท่านั้นเหมาะสำหรับพื้นที่ตำกว่า 0.25 ตารางเซนติเมตร เช่น โลโก้ หรือ ตัวหนังสือ อธิบายสำหรับพื้นที่ใหญ่กว่า 0.25 ตารางเซนติเมตร ควรใช้วิธีที่สองจะได้ผลดีกว่าคือการใช้สีดำเข้ม ซึงเกิดจากการผสมของ ดำ blacK 100% + ฟ้าสว่าง Cyan 40%การทำวิธีนี้ เหมาะสำหรับพื้นที่ใหญ่ เพื่อชิ้นงานพิมพ์ เห็นสีดำเข้ม ไม่ใช่สีดำที่เป็นด่างแต่ท่านโปรดจำไว้ว่าไม่ควรใช้วิธีนี้กับพื้นที่เล็ก เช่น ตัวหนังสืออธิบาย (Text) เพราะอาจเกิดปัญหาการพิมพ์เหลื่อม ซึ่งทำให้เห็นเป็นตัวหนังสือซ้อนกันการผสมสีดำ ไม่ควรเกินอัตรา 140 % เพราะจะทำให้กระดาษแฉะ และอาจเกิดปัญหากระดาษติดกัน
สำหรับการออกแบบที่มีตัวหนังสืออธิบาย (Text) ควรกำหนดขนาดของตัวหนังสือไม่ต่ำกว่า 8 point [pt] เพราะหากเล็กกว่านี้ อาจเสียงต่อปัญหา สีถอน หมายความว่า ขนาดพื้นที่เล็กมากเกินไปนั้น ทำให้หมึกไม่สามารถเกาะติดกระดาษได้
หลีกเลี่ยงการใช้ภาพที่มีพื้นสีดำ วางบนแบ๊คกราวด์สีดำที่เกิดจากการผสมเพราะจะทำให้เห็นเป็นสีดำสองระดับ เมื่อพิมพ์ออกมา
สรุปข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้สีดำ
ใช้วิธีแรก (สีดำล้วน)
- สำหรับพื้นที่เล็ก
- ใช้สำหรับตัวหนังสืออธิบาย (Text)
ใช้วิธีที่สอง (ผสมสีดำ)
- สำหรับพื้นที่ใหญ่
- ไม่ควรผสมเกิน 140 %
- หลีกเลี่ยงการใช้เป็นแบ๊คกราวด์ให้กับภาพที่มีพื้นสีดำอยู่แล้ว
จุดที่ต้องตรวจสอบ เมื่อออกแบบงานพิมพ์แต่ละชนิด
คุณอาจออกแบบงานได้อย่างงดงาม แต่กลับตกม้าตายเมื่อจะนำไปใช้ เช่น การ์ดอวยพรของคุณพับแล้ว กลับหัวกลับหาง หรือ คูปองฉีกที่รอยปรุ ด้านหน้าและหลังไม่ตรงกัน ดังนั้น ทุกครั้งที่ออกแบบเสร็จ คุณต้องพิมพ์ออกมาจากเครื่องพริ้นเตอร์ที่บ้าน หรือ ออฟฟิช และพับตามรอยที่ทำไว้ แปะกาวให้เรียบร้อย สร้างเป็น “ตัวแบบก่อนพิมพ์” (Mock-Up) เช่นงาน แฟ้ม , การ์ดพับ , โบรชัวร์ ฯลฯ
จุดสำคัญที่หลายคนมองข้ามไป อาจก่อความเสียหายแก่งานของคุณจากประสบการณ์ของเรา พบว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในกรณีดังต่อไปนี้
การเจาะรู ดูว่าตำแหน่งเจาะรู (Di-Cut) ตรงกันทั้งด้านหน้าและหลัง
การ์ดเชิญ หรือ การ์ดอวยพรแบบพับ ลองดูให้แน่ใจว่าเมื่อพับแล้ว จะไม่กลับหน้า หรือ กลับหัวกลับหาง
หนังสือ ตรวจการเรียงหน้าให้ถูกต้อง
โบรชัวร์ ทำ Mock-Upให้กับโรงพิมพ์เพื่อให้เห็นว่า พับอย่างไรจึงจะไม่กลับหน้ากลับหลังและตามที่คุณต้องการ
แฟ้ม ตรวจดู และ ทำ Mock-Upให้แน่ใจว่าเมื่อพับแฟ้มแล้วตัวหนังสือจะไม่ถูกหลบไปด้านหลัง และตำแหน่งช่องเสียบนามบัตร หรือ แผ่น CD สามารถใส่ได้พอดี เมื่อใส่แล้วไม่บังตัวหนังสือ
สำคัญมากที่ผู้ออกแบบ ควรทำ Mock-Up ให้กับโรงพิมพ์ เพราะอันดับแรก คุณจะได้ดูก่อน และ ทางโรงพิมพ์ ก็จะทำงานไม่ผิดพลาดด้วย เช่นการพับแฟ้ม, พับโบรชัวร์, การเจาะไดคัท, การปรุ หรือ การเย็บเล่มหนังสือ
ออกแบบโปสเตอร์โฆษณาแผ่นใหญ่
การออกแบบโปสเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น Cut out หรือ Stand ตั้งหน้าร้านค้า อาจแตกต่างจากการออกแบบให้กับระบบออฟเซต แต่ยังคงหลักการสำคัญเหมือนเดิม
เผื่อพื้นที่ว่างจากขอบทุกด้าน 10 มิลลิเมตร
จากขอบของโปสเตอร์ 10 มิลลิเมตร คุณไม่ควรวางตัวหนังสือ หรือ รูปใด ๆ ไว้เลย และถ้าคุณมีสีพื้นแบ็คกราวด์ ก็ให้ทำสีพื้นทึบไปถึงขอบกระดาษเลย
ตั้งค่าความละเอียด (Resolution)
งานชนิด มีไว้สำหรับมองจากระยะไกล หรือ ใกล้ที่สุด ก็ไม่ใกล้กว่า 1 ฟุต แน่นอน ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องตั้งค่าความละเอียดสูงเท่ากับงานทั่วไป ขอแนะนำให้ตั้งค่าไว้ที่ 150 dpi. เพราะหากละเอียดกว่านี้ ก็ส่งผลไม่แตกต่างอะไร และ จะเสียเวลาการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ด้วย
พิจารณาเรื่องสี
หากจะใช้สีดำ คุณต้องผสมสีดำ K 100 % กับ สีอื่น 100% ให้ดูเป็นดำเข้ม เช่น K 100 + M 100
สำหรับตัวหนังสือขนาดเล็ก
ขอแนะนำว่าไม่ควรให้ต่ำกว่า 14 pt. และควรพิมพ์ตัวหนังสือที่โปรแกรม Illustrator ดีกว่า Photoshopเพราะจะทำให้ตัวหนังสือ คมชัดกว่า
ออกแบบหนังสือ
ก่อนออกแบบหนังสือ คุณควรมีประสบการณ์ด้านงานออกแบบมาก่อนอย่างเชี่ยวชาญ เพราะงานออกแบบหนังสือนั้นซับซ้อน และ ยากกว่า ใบปลิว หรือ นามบัตร
การแนะนำด้านล่างนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก และ หากคุณมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานออกแบบของเราทันที
ออกแบบครั้งละหนึ่งหน้า
แม้ว่าหนังสือของคุณจะมีหลายหน้า และ การวางให้สามารถพับเป็นรูปเล่มแล้วเรียงลำดับ จำเป็นต้องวางสลับหน้ากัน แต่ในขั้นตอนการออกแบบ ขอให้คุณออกแบบครั้งละหนึ่งหน้า โดยไม่ต้องนำมาวางคู่กัน
เผื่อพื้นที่ตัดตก 3 มิลลิเมตร ทุกด้าน
งานหนังสือจำเป็นต้องเผื่อพื้นที่ตัดตกไว้มากกว่างานชนิดอื่น ๆ เพราะเมื่อถึงขั้นตอนการตัด จะทำได้อย่างง่ายและสะดวกกว่า ดังนั้นควรเผื่อไว้อย่างน้อย ด้านละ 3 มิลลิเมตร
เผื่อพื้นที่สำหรับความหนาที่เกิดขึ้นเมื่อพับ
การเย็บเล่มหนังสือในลักษณะเย็บมุงหลังคา คุณต้องออกแบบให้แผ่นนอกสุด มีความกว้างแผ่ออกไปมากกว่าแผ่นด้านในสุด เพราะการซ้อนกันของกระดาษทำให้เกิดความหนา ดังนั้น พื้นที่แผ่นนอกสุด ที่เป็นปก ก็ต้องกว้างกว่าเล็กน้อย เพื่อจะคลุมเนื้อในทั้งเล่มได้มิด และ ไม่กินพื้นที่หนังสือเนื้อใน เมื่อตัดเสร็จ
เผื่อพื้นที่กั้นหน้าและหลังของหน้าหนังสือ
การวางตัวหนังสือต้องไม่ชิดขอบกระดาษ ดังนั้นควรเว้นพื้นที่เปล่าไว้ 10 มิลลิเมตร ทุกด้าน เพื่อความสวยงามและมั่นใจได้ว่าตัวหนังสือคุณจะไม่ชิดขอบเกินไปหลังการตัด
หลีกเลี่ยงการออกแบบหน้าคู่
การออกแบบที่วางรูป ไว้กินพื้นที่สองหน้า อาจไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะเมื่อเข้าขั้นตอนพิมพ์ ไปถึงการเย็บเล่ม รูปที่วางระหว่างสองหน้า อาจไม่ตรงกัน เช่น หน้าซ้าย สูงกว่าหน้าขวา 2 มิลลิเมตร หรือคุณอาจออกแบบเป็นเส้นตรงทับทั้งสองหน้า หรือเป็นกรอบทับสองหน้า ถ้าเกิดไม่ตรง ก็จะเห็นชัดเจนและไม่สวย
|